ทองคำ-หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ โดดเด่นในช่วงภูมิรัฐศาสตร์โลกเดือด
“ปีม้าไฟ-2026” เปิดฉากขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง “สหรัฐฯ” กับ “ประเทศคู่ขัดแย้ง” ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ชนวนความไม่แน่นอนเริ่มขึ้นในช่วงวันหยุดปีใหม่ของไทย เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 หลังสหรัฐฯ เข้าจับกุมประธานาธิบดี “นิโคลัส มาดูโร” ของเวเนซุเอลา ส่งผลให้ “เดลซี โรดริเกซ” ขึ้นทำหน้าที่ผู้นำเฉพาะกาล โดยสหรัฐฯ ระบุว่า มาดูโรมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ
ต่อมา ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ประกาศเดินหน้าเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า เวเนซุเอลาจะส่งมอบน้ำมันให้สหรัฐฯ สูงสุดถึง 50 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามราคาตลาดปัจจุบัน พร้อมย้ำว่ารายได้จากการขายน้ำมันดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ
“แม้รายละเอียดเชิงลึกของแผนดังกล่าวจะยังไม่ชัดเจน แต่ข่าวนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากต่อ ‘ตลาดน้ำมันโลก’ และยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ให้ทวีความรุนแรงขึ้น”

“ภูมิรัฐศาสตร์โลกเดือด” รับ “ปีม้าไฟ”…จาก “เวเนซุเอลา” กำลังขยายความเสี่ยงไปหลายพิกัดที่ “โลกต้องจับตา” ใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ดังกล่าวยังจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง โดยหลายประเทศออกมาประณามการดำเนินการของสหรัฐฯ ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และยิ่งซ้ำเติมความขัดแย้งให้ขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น เมื่อสหรัฐฯ เรียกร้องให้เวเนซุเอลาลดความสัมพันธ์กับ จีน รัสเซีย อิหร่าน และคิวบา รวมถึงยุติความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “จีน” ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดจาก “เวเนซุเอลา” อีกทั้งยังเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายสำคัญจาก “อิหร่าน” และ “รัสเซีย” อีกด้วย โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จีนอาศัยการนำเข้าน้ำมันจากทั้งสามประเทศซึ่งเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก เพื่อช่วยลดต้นทุนการนำเข้าและประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันล้านดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งนี้จึงอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความมั่นคงด้านพลังงานของจีนอย่างมีนัยสำคัญ
“กรีนแลนด์”…จะจุดฉนวนความขัดแย้งระหว่าง “สหรัฐ-NATO” หรือไม่?
นอกเหนือจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตา หลังประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ยังออกมาประกาศว่า เขาต้องการให้สหรัฐฯ เข้าครอบครอง “กรีนแลนด์” โดยให้เหตุผลว่า หากสหรัฐฯ ไม่เข้ามามีบทบาท จีนและรัสเซียอาจเป็นฝ่ายเข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าวแทน ทรัมป์ยังระบุเพิ่มเติมว่า กรีนแลนด์มีกำลังทางทหารที่อ่อนแอเกินกว่าจะปกป้องตนเองได้ พร้อมย้ำว่า เขาต้องการเจรจากับกรีนแลนด์ด้วยแนวทางที่ราบรื่นและสันติ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ก็อาจมีการยกระดับสถานการณ์ และไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหาร
“ทั้งนี้ ‘กรีนแลนด์’ เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักร ‘เดนมาร์ก’ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสตอบโต้ในยุโรป โดยทางการเยอรมนีออกมาแสดงความเห็นว่า ทั้งสหรัฐฯ และเดนมาร์กต่างเป็นประเทศสมาชิก ‘NATO’ จึงยังมีกรอบความร่วมมือและช่องทางการเจรจาอยู่ หากสถานการณ์มีแนวโน้มบานปลายจริง”
“ทองคำ-หุ้นป้องกันประเทศ”…สินทรัพย์ที่ “โดดเด่น” ท่ามกลาง “ภูมิรัฐศาสตร์โลกเดือด”
อย่างไรก็ตาม “ไทร” มองว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนจาก “ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์” ที่เพิ่มขึ้น แต่ท่ามกลาง “ความผันผวน” ยังมี “สินทรัพย์” บางกลุ่มที่โดดเด่นและช่วยกระจายความเสี่ยงได้ค่ะ

จากสถิติในช่วงที่ผ่านมาสินทรัพย์เหล่านี้มักให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นในช่วงที่เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในช่วง 2022 – ปัจจุบัน
จากภาพและข้อมูลผลตอบแทน พบว่ายังมีสินทรัพย์หลายประเภทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลของนักลงทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยภาพรวม “ทองคำ” ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอที่สุด เมื่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน “หุ้น” ที่เกี่ยวกับธุรกิจด้านการป้องกันประเทศ ในช่วงหลังเริ่มปรับตัวขึ้นอย่างเด่นชัด และได้รับแรงหนุนเชิงบวกจากปัจจัยดังกล่าว
ซึ่งการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้มักให้ “ผลตอบแทนที่ดี” ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วย “เติมเต็มพอร์ต” ได้เป็นอย่างดี