เปิดสถิติ Santa Rally ตลาดหุ้นมักวิ่งได้ดีช่วงปลายปีจริงไหม ?

share

เพราะถ้ามองจากสถิติตลาดหุ้นทั่วโลก เดือน ธ.ค. ถือเป็นช่วงเวลาที่ #โอกาสบวกมีมากกว่าลบ หลายตลาดเลยทีเดียว แต่จะบวกดีแค่ไหน? แล้วควรเข้าช่วงวันไหนของเดือน ถึงจะลุ้นผลตอบแทนได้เหมาะ ๆ นี่คือสิ่งที่นักลงทุนหลายคนอยากรู้

ดูสถิติ “เดือน ธ.ค.” มักเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นทั่วโลกให้ผลตอบแทนเป็นบวก (ข้อมูลตั้งแต่ปี 1980–2024)

    • S&P500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 1.7%
    • NASDAQ เฉลี่ยราว 1.5%
    • หุ้นเล็กเด่นกว่าเห็น ๆ จาก Russell 2000 ที่เฉลี่ยถึง 2.3%
    • เอเชียก็ไม่น้อยหน้า จีนเฉลี่ย 4.7%, ฮ่องกง 2.3%, ญี่ปุ่น 1.1%

        ถ้าดู “โอกาสบวก” (Win rate) ว่าลงทุนตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. แล้วถือถึงสิ้นเดือนจะได้บวกกี่ครั้ง

        • S&P500 บวกประมาณ 75% ของจำนวนปีทั้งหมด
        • Russell 2000 บวกประมาณ 78% สูงสุดในบรรดา Index ฝั่งสหรัฐฯ

        จุดที่น่าสนใจคือ “หุ้นขนาดเล็ก” มักไปได้ดีกว่าหุ้นใหญ่ในเดือนนี้ เพราะถ้าตลาดอยู่ในโหมด “Risk On” นักลงทุนมักชอบเก็งกำไรหุ้นที่ “ซิ่งกว่า” ทำให้กลุ่มหุ้นเล็กมีโอกาสเด่นขึ้นมาในช่วงปลายปี

        แล้ว ช่วงวันไหนของเดือน ธ.ค. ที่มักจะเห็นตลาดเริ่มวิ่ง?

        จากสถิติของตลาดหุ้นสหรัฐฯ พบว่า:

        1. ช่วงหลังประชุม FED จนถึงก่อนคริสต์มาส (ประมาณ 20–23 ธ.ค.)

        S&P500 ให้ผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยราว 1%

        2. วัน Boxing Day (26 ธ.ค.)

        S&P500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 0.6% และมีโอกาสบวกสูงถึง 86%

        แต่ใน 5 วันทำการสุดท้ายของปี ตลาดมักจะ “นิ่งกว่า” ที่หลายคนคิด

        ทั้งการขยับของดัชนีไม่มาก และโอกาสบวกก็อยู่แถว ๆ 50% เท่านั้น

        ส่วนช่วงที่ตลาดมักย่อลงมาให้ซื้อ คือช่วงไหน ?

        ดูจากสถิติ 10 ย้อนหลังในกราฟเส้นสีส้ม จะเป็นช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค. ที่ตลาดมักย่อลงมาให้ซื้อ

        ซึ่งถ้าสอดคล้องกับมุมมองของเราว่าหลังประชุม FED ตลาดน่าจะย่อลงบ้าง ก็อาจจะรอช้อนซื้อช่วงนั้นได้

          สรุปมุมมองสำหรับคนที่อยากลุ้น Santa Rally แบบเข้าใจเกมมากขึ้น

          • การเริ่มทยอยสะสมหุ้น/กองทุนหุ้นช่วง กลางเดือน ธ.ค. หรือตอนตลาดย่อช่วงต้น–กลางเดือน เป็นจังหวะที่ “สอดคล้องกับสถิติ” มากกว่ารอซื้อช่วงท้ายปี
          • ช่วงที่สถิติชี้ว่าตลาดมักวิ่งดี คือแถว ๆ 20–26 ธ.ค. ไม่ใช่ 5 วันทำการสุดท้ายของปี
          • หากรับความเสี่ยงได้มากขึ้น การมองไปที่ หุ้นขนาดเล็ก หรือกองทุนที่เน้นหุ้นเล็ก/หุ้นซิ่ง อาจเพิ่มโอกาสในการลุ้นผลตอบแทน เพราะในอดีตมักทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นใหญ่ในช่วงนี้

          แต่อย่าลืมว่า “สถิติในอดีตไม่ใช่การการันตีอนาคต” การจัดพอร์ตต้องมองทั้งความเสี่ยงของตัวเอง และภาพตลาดรวมควบคู่กันไปเสมอ

          ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

          Latest News

          ท่ามกลางความวุ่นวายในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย โอกาสลงทุนกำลังกลับมา Investment Outlook in Q2/2026

          ท่ามกลางความวุ่นวายในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย โอกาสลงทุนกำลังกลับมา Investment Outlook in Q2/2026

          บลูเบลล์โตทุกมิติ สวนทางตลาดผันผวน ย้ำการดูแลระดับพรีเมียม ปั้นธุรกิจ Blue Cloud Academy สะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ “ความมั่งคั่งสร้างได้ทุก Gen”

          บลูเบลล์โตทุกมิติ สวนทางตลาดผันผวน ย้ำการดูแลระดับพรีเมียม ปั้นธุรกิจ Blue Cloud Academy สะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ “ความมั่งคั่งสร้างได้ทุก Gen”

          บลูเบลล์ตอกย้ำศักยภาพ Investment Banking ดัน “MF26” เข้าเทรด LiVEx สำเร็จพร้อมเดินหน้ารุกงาน IPO เต็มรูปแบบ

          บลูเบลล์ตอกย้ำศักยภาพ Investment Banking ดัน “MF26” เข้าเทรด LiVEx สำเร็จพร้อมเดินหน้ารุกงาน IPO เต็มรูปแบบ

          ปิดโหมดสีเทา